10 ประเด็นสำคัญในการทำงานร่วมกับกระบอกลมนิวเมติก

กระบอกลมนิวเมติก การใช้งาน

10 ประเด็นสำคัญในการทำงานร่วมกับกระบอกลมนิวเมติก

กระบอกสูบลมเมติกในท้องตลาดนั้นจมีให้เราเลือกหลากหลายรูปทรง หลายขนาดและหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นกระบอกลมนิวเมติกแบบมาตรฐาน(Standard Air Cylinder)หรือกระบอกลมนิวเมติกประเภทอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นที่นิยมและมีการนำมาใช้งานในระบบนิวเมติกในปัจจุบันอย่างกว้างขวางกว่าเมื่อก่อนมาก

ด้วยประสิทธิภาพที่ได้จากการทำงาน ความยืดหยุ่น และราคาที่เหมาะสม ทำให้ในสังคมอุตสาหกรรมที่มีระบบนิวเมติกเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนมีการนำอุปกรณ์นิวเมติกประเภทกระบอกลมนิวเมติกนี้มาช่วยเพิ่มสมรรถนะในด้านการผลิต และแน่นอนว่าเจ้ากระบอกลมนี้สามารถตอบโจทย์และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างดีและลงตัวเลยทีเดียว

การเลือกกระบอกลมนิวเมติกมาใช้งานในธุรกิจของเรานั้น จำเป็นที่ต้องมีการศึกษาข้อมูลพื้นฐานการทำงานของมันสักเล็กน้อย ว่าเราควรออกแบบและติดตั้งตลอดจนดูแลบำรุงรักษาอย่างไร เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพจากการทำงานที่สูงสุด สำหรับคนที่กำลังมองหากระบอกลมตัวใหม่ไว้ใช้แทนตัวเก่าที่เสียหรือชำรุดไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกกระบอกลมแบบไหนหรือควรจะทำอย่างไรดี สามารถดู กระบอกลม ประเภทต่างๆ จาก densakda.com เพิ่มเติมได้ นอกจากนั้นแล้วยังสามารถใช้ข้อมูลการเลือกกระบอกลมในบทความนี้เพื่อใช้เป็นช่วยในการตัดสินใจอีกด้วยค่ะ ซึ่งในบทความนี้จะมาเล่าให้ฟังกันค่ะว่า การเลือกซื้อและการนำกระบอกลมไปประยุกต์ใช้งานนั้น เราควรจะทำอย่างไร?:

ประเด็นหลัก 10 ข้อที่ช่วยให้คุณรีดพลังจากกระบอกลมนิวเมติกได้อย่างคุ้มค่า

1 – มีการออกแบบระบบนิวเมติกที่ดี

การออกแบบ ระบบนิวเมติก

ระบบนิวเมติกก็เหมือนกับมนุษย์ซึ่งเราจะมีความเข้ารู้และเข้าใจเกี่ยวกับมัน ว่าแต่ละส่วนมีการทำงานอย่างไร ควรใช้อุปกรณ์ใดในการทำงาน หรือควรจะปรับแต่งการทำงานอย่างไรให้เราได้ประสิทธิภาพจากแต่ละส่วน แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องกังวลไปค่ะเนื่องจากว่ารายละเอียดด้านล่างนี้จะเป็นตัวช่วยให้เราเลือกกระบอกลมนิวเมติกให้ถูกหลักและคุ้มค่ายิ่งขึ้น:

ตลับลูกปืน – โดยทั่วไปแล้วส่วนประกอบแรกที่เราจะต้องมีการบำรุงรักษาอยู่บ่อยๆนั่นคือ พวกตลับลูกปืนของกระบอกลม ซึ่งเราจะต้องหมั่นตรวจสอบการใช้งานกระบอกลมและตลับลูกปืนนี้อย่างสม่ำเสมอว่ามีเศษหรือสิ่งสกปรกมาเกาะติดหรือไม่ และอุปกรณ์ดังกล่าวมีการสึกหรอจากการใช้งานหรือไม่ เลือกกระบอกสูบนิวเมติกที่มีการใช้ตลับลูกปืนที่ได้คุณภาพ สามารถเปลี่ยนแบริ่งได้ง่ายโดยที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องถอดชุดกระบอกสูบออก ซึ่งมันจะทำให้เราสะดวกในการบำรุงรักษาและประหยัดเวลาได้มากยิ่งขึ้น ผู้ผลิตกระบอกสูบนิวเมติกจำนวนมากในปัจจุบันนี้จะผลิตแบริ่งที่มีการเคลือบแรงเสียดทาน และในรูปแบบที่ไม่แข็งมากเพื่อยืดอายุการใช้งานและป้องกันการยึดเกาะของสิ่งสกปรก

บูทยางกันสะเทือน – พวกบูทยางหรือแผ่นรองกันสะเทือนนี้ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญไม่น้อยเช่นกัน เนื่องจากว่ามันสามารถลดเสียงรบกวนจากการทำงานของกระบอกสูบนิวเมติกของเราได้ เพราะปรกติแล้วเมื่อกระบอกสูบนิวเมติกของเราทำงาน ตัวลูกสูบมันจะเคลื่อนที่ไปมาอยู่ตลอดเวลาและกระทบกับฝาท้ายของกระบอกสูบทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนและเสียงรบกวน ดังนั้นเราควรมีบูทหรือแผ่นรองกันสะเทือนเพื่อช่วยลดปัญหาเหล่านี้ ข้อดีของบูทหรือยางกันสั่นสะเทือนนี้คือดังที่กล่าวไปแล้วและเราสามารถปรับตั้งค่าได้อีกด้วยตลอดจนมีราคาที่ไม่แพงอีกด้วยค่ะ

แบริ่งลูกสูบ – โดยทั่วไป แถบข้อต่อห่อหุ้มรอบลูกสูบแบริ่งลูกสูบจะช่วยลดการสึกหรอระหว่างลูกสูบและท่อไอดี แบรริ่งลูกสูบนี้จะช่วยให้กระบอกสูบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้งานที่รุนแรง รับโหลดงานที่หนักๆ ตลอดจนป้องกันกรณ่ที่โหลดด้านข้างบนก้านลูกสูบค้างหรือหยุดทำงานในชั่วขณะ

การเคลือบผิว กับเหล็กกล้าแบบสแตนเลสหรือทองเหลือง – การเคลือบอีพ็อกซี่หรือสารเคมีดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้กระบอกลมนิวเมติกของเราทำงานได้ดียิ่งขึ้น ยืดอายุการใช้งานของกระบอกสูบ และอีกอย่างคือราคาในการเคลือบไม่แพงค่ะ ในปัจจุบันผู้ผลิตกระบอกสูบหลายรายมีการผลิตกระบอกสูบที่มีการเคลือบสารเคมีดังกล่าวให้กับลูกสูบให้เลย โดยกระบอกสูบนิวเมติกประเภทนี้จะนิยมนำไปใช้กับงานแปรรูปอาหารซึ่งอาจจะต้องเสี่ยงกับการปนเปื้อนสารเคมีในระหว่างการทำงาน

การออกแบบสำหรับงานเฉพาะทาง – จุดอ่อนของกระบอกลมนิวเมติกมาตรฐาน NFPA นั้นคือไม่สามารถออกแบบกระบอกสูบให้ใช้กับทุกงานหรือทุกประเภทได้ ดังนั้นผู้ผลิตบางรายจึงออกแบบอุปกรณ์อื่นมาช่วยลดปัญหานี้ให้กับลูกค้าเช่น SMC เป็นต้น ดังนั้นหากท่านพบว่ากระบอกลมนิวเมติกที่มีรูปร่างแปลกๆมีโน่นนี่เพิ่มเติมเข้ามาให้เราตั้งข้อสันนิษฐานไว้เลยว่าตัวนี้จะต้องใช้สำหรับเฉพาะงานแน่นอน และอย่าลังเลที่จะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ผลิตว่าอุปกรณ์เหล่านั้นสามารถนำไปใช้งานงานของเราได้หรือไม่

2 – ขนาดของแกนลูกสูบจะต้องมีความถูกต้องและเหมาะสมกับโหลดงาน

แกนลูกสูบ กระบอกสูบนิวเมติก

ก้านลูกสูบของกระบอกสูบหลายตัวจะถูกออกแบบมาอย่างถูกต้องและสร้างขึ้นได้ดีเป็นตัวเลือกมาตรฐานจากผู้ผลิตแล้ว การนำกระบอกสูบมาใช้งาน เราควรมีการคำนวณค่าต่างๆให้ถูกต้อง แล้วนำค่าที่ได้จากการคำนวณนั้นมาเลือกหาขนาดของก้านลูกสูบหรือขนาดลูกสูบอีกที คุณควรกำหนดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่เหมาะสมให้แกนลูกสูบสำหรับการใช้งานที่กำหนดเพื่อป้องกันไม่ให้แกนลูกสูบมีการงอตัวหรือกลายสภาพซึ่งมันจะเป็นการทำลายกระบอกสูบในการใช้งานระยะยาวได้ วิธีง่ายๆคือเราสามารถติดต่อเพื่อแจ้งข้อมูลการใช้งานของเราให้กับผู้ผลิตกระบอกสูบทราบได้ว่าเป็นอย่างไร หรือทำการคำนวณด้วยตัวเองโดยใช้วัสดุอ้างอิงที่ผู้ผลิตกระบอกสูบให้มาตอนเลือกซื้อกระบอกลมค่ะ

3 – ใช้แรงดันอากาศที่เหมาะสม

เราไม่จำเป็นต้องใช้แรงดันสูงในการเร่งความเร็วของระบบนิวเมติกจากการใช้งานกระบอกลมนิวเมติกโดยตรง แต่เราอาจจะสร้างแรงดันอากาศเก็บไว้ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบได้แทนได้เช่น พวกถังเก็บลมสำหรับระบบนิวเมติกประเภทต่างๆ

วิธีที่เหมาะสมในการเร่งความเร็วรอบคือการติดตั้งพวกอุปกรณ์วาล์วระบายไอเสียแบบเร็ว(Quick exhaust valves)บนพอร์ตของกระบอกสูบนิวเมติกแทน วิธีนี้จะช่วยให้อากาศที่ระบายออกจากกระบอกสูบมีการไหลได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยจะไหลผ่านทางพอร์ตของวาล์วซึ่งจะอยู่ตำแหน่งอื่นที่ไกลจากตัวกระบอกลม เมื่ออากาศไหลได้เร็วขึ้น ถังเก็บแรงดันอากาศก็จะจ่ายอากาศเข้าไปกระตุ้นกระบอกลมนิวเมติกของเราให้ทำงานเร็วขึ้น หากเราลองใช้วิธีติดตั้งวาล์วนี้ไม่ได้ผล เราสามารถหาวาล์วควบคุมที่ระบายอากาศได้ใกล้เคียงกับการจ่ายอากาศของถังเก็บแรงดันอากาศให้มากที่สุด อีกทั้งการลดความยาวของท่อระหว่างกระบอกสูบและวาล์วยังช่วยเพิ่มระยะเวลาในการทำงานของกระบอกสูบอีกด้วย

นอกจากนี้การลดแรงดันอากาศยังสามารถลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย หลายๆคนที่นำกระบอกลมนิวเมติกไปใช้งานที่ความดันเดียวกันเพื่อยืดและหดตัว ปรกติแล้วกระบอกลมโดยทั่วไปจะทำงานได้ดีในทิศทางเดียวเท่านั้น(Single-acting Cylinder) ซึ่งในทิศทางเดียวนี้กระบอกลมจะต้องใช้กำลังสูงสุดในการทำงาน เมื่อกระบอกสูบกลับสู่สภาวะปรกติแรงดันอากาศอาจจะไม่จำเป็นในขั้นตอนนี้

ดังนั้นหากเรามีการตั้งค่าแรงดันอากาศให้กระบอกลมนิวเมติกทำงานแบบสองแรงดัน จะช่วยให้เราสามารถลดต้นทุนในการอัดแรงดันอากาศเพื่อจ่ายให้กับระบบได้และยังช่วยยืดอายุการใช้งานระบบอัดแรงดันอากาศ(Air Compressor)ของระบบนิวเมติกของเราได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ใช้แรงดันสูงเมื่อกระบอกสูบอยู่ในสภาวะทำงานและใช้แรงดันต่ำในสภาวะที่กระบอกสูบกลับสู่การเริ่มต้นการทำงานในครั้งแรก

4 – มีการติดตั้งกระบอกลมนิวเมติกเพื่อใช้งานที่เหมาะสม

การติดตั้ง กระบอกลมนิวเมติก

เราควรตรวจสอบการติดตั้งกระบอกลมนิวเมติกของเราว่ามีการติดตั้งได้อย่างเหมาะสมและทำงานได้ปรกติหรือไม่ ทั้งในแนวนอน แนวตั้ง และเชิงมุม การออกแบบการติดตั้งกระบอกลมที่ได้มาตรฐานจะช่วยให้กระบอกลมนิวเมติกของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถยืดอายุการใช้งานให้กับกระบอกลมของเราอีกด้วย นอกจากนี้เรายังต้องพิจารณาการออกแบบติดตั้งกระบอกลมของเราว่ามีการทำงานที่สอดคล้องกับอุปกรณ์อื่นๆในระบบหรือไม่ ตรวจสอบดูว่ามีการติดตั้งแผ่นรองหรือยางกันกระแทก หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับตำแหน่งเพื่อป้องกันแรงกดด้านข้างของกระบอกลมหรือไม่ เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วในข้างต้นคืออุปกรณ์ปลีกย่อยเหล่านี้จะช่วยลดการสึกหรอของกระบอกลมอีกทั้งสามารถยืดอายุการใช้งานของกระบอกลมได้อีกด้วย

5 – รู้จักโหลดงานของเรา

pneumatic cylinder application

การรู้จักโหลดงานที่ใช้ในงานนิวเมติกก็เหมือนกับการทำสงครามค่ะ ถ้าเรารู้จักศัตรู รบร้อยครั้งเราก็มีโอกาสชนะเกือบร้อยครับ ดังนี้การที่เรารู้จักกับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ เราย่อมได้เปรียบค่ะ โหลดงานในระบบนิวเมติกนั้นจะมีอยู่หลายแบบ หลายมุม ดังนั้นเราจะต้องเข้าใจในขั้นพื้นฐานก่อนว่าแต่ละโหลดงานนั้นเหมาะสมที่จะใช้อุปกรณ์ชนิดใดมาเป็นส่วนประกอบในการขับเคลื่อนให้ทำงาน โหลดในแนวตั้งอาจจะมีต้องมีการคำนวณและออกแบบที่ค่อนข้างซับซ้อนและต้องให้ครอบคลุมมากที่สุด เนื่องจากแรงเสียดทานระหว่างอุปกรณ์นิวเมติกของเราและพื้นผิวโหลดมักจะทำให้เราปวดหัวได้ หากเราอยากจะทำระบบนิวเมติกขึ้นมาใช้เอง เราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับโหลดงานของเราก่อน อาจจะมีการทดสอบการทำงานในเบื้องต้นแบบขั้นทดลองก่อนว่าอุปกรณ์จำลองและโหลดงานจำลองของเรานั้นสามารถทำงานได้อย่างสอดคล้องกันหรือไม่ โดยในขั้นตอนการทดลองแบบจำลองนี้ให้เราทำการจดบันทึกในทุกขั้นตอนเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ได้ว่าเหมาะสมหรือตามที่ได้ตั้งเป้าไว้แล้วหรือยัง

นอกจากนี้โหลดงานของเราจะต้องไม่หนักหรือใหญ่เกินไป เพราะถ้าโหลดงานหนักหรือใหญ่เกินไปจะทำให้อุปกรณ์ต่างๆในระบบนิวเมติกทำงานหนักขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ผลเสียที่ตามมาคืออายุของอุปกรณ์เหล่านั้นสั้นลง ค่าใช้จ่ายของเราจะเพิ่มสูงมากขึ้น และประสิทธิภาพงานที่ได้จากระบบจะน้อยลงด้วย

6 – การลดความเร็วของโหลด

กระบอกลมส่วนใหญ่นั้นจะรองรับการเร่งความเร็วของโหลดได้อยู่แล้ว แต่ข้อเสียคือกระบอกลมเหล่านั้นไม่สามารถลดความเร็วของโหลดได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าไหร่ เราสามารถหยุดหรือชะลอความเร็วโหลดได้โดยบังคับให้ลูกสูบไปยังสภาวะเริ่มต้นการทำงานโดยการใช้เบาะลมลดแรงกระแทก ซึ่งในขั้นตอนการชะลอความเร็วของโหลดนี้จะมีแรงกระแทกของลูกสูบกับตัวกระบอกสูบ ดังนั้นเบาะลมลดแรงกระแทกนี้จะช่วยไม่ให้อุปกรณ์นิวเมติกของเราได้รับความเสียหายจากการกระแทกนี้

7 – อากาศที่จะจ่ายให้กับระบบจะต้องสะอาดและเพียงพอกับการใช้งานในระบบ

กระบอกลมนิวเมติกหรืออุปกรณ์นิวเมติกส่วนใหญ่จำเป็นที่จะต้องมีอากาศหรือลมอัดที่มีแรงดันสูงมากระตุ้นให้ทำงานในสภาวะเริ่มต้น ดังนั้นอากาศหรือลมอัดแรงดันสูงเหล่านี้จะต้องมีความสะอาดปราศจากสิ่งสกปรก อีกทั้งลมอัดเหล่านี้ยังต้องมีสารที่ช่วยหล่อลื่นให้อุปกรณ์นิวเมติกอีกด้วยเพื่อยืดอายุการใช้งาน ซึ่งจะไม่เหมือนกับของเหลวในระบบไฮโดรลิคที่ไม่สามารถควบคุมคุณภาพของอากาศหรือลมอัดได้ และอากาศหรือลมอัดแรงดันสูงนี้จะต้องมีเพียงพอต่อการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆในระบบนิวเมติกของเราทั้งในสภาวะเริ่มต้นทำงาน และในขณะที่ทำงานอยู่ ไม่เช่นนั้นแล้วอุปกรณ์นิวเมติกของเราอาจจะสิ้นอายุขัยในเวลาอันควรได้ค่ะ

8 – ระบบนิวเมติกจะต้องมีความปลอดภัยต่อบุคลากร

กระบอกลมนิวเมติก ความปลอดภัย

ระบบนิวเมติกบางระบบจำเป็นที่จะต้องมีการติดตั้งกระบอกลมนิวเมติกให้มีความปลอดภัยในกรณีที่ทำงานผิดพลาด แทนที่การหยุดการทำงานของกระบอกลม(กรณีทำงานผิดพลาด)แบบแมนนวลนั้น เราควรย้ายตำแหน่งการติดตั้งของกระบอกลมไปที่ที่มีความปลอดภัยสูงกว่าทั้งในด้านความปลอดภัยต่อบุคคลากรที่ทำงานเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบอกลมหรืออุปกรณ์อื่นๆที่อยู่ในระบบนิวเมติกของเรา

แต่ปัญหาการสูญเสียแรงดันในกระบอกลมที่อาจจะเป็นเหตุผลให้กระบอกลมหยุดทำงานชั่วคราวและเป็นอันตรายต่อระบบก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆกับกระบอกลมทุกตัวเสมอไป เราสามารถใช้สปริงแบบขยายหรือแบบหดตัวได้ในการบังคับให้กระบอกสูบของเราหยุดหรือชะลอการทำงานลงได้เมื่อมีการทำงานผิดพลาดอย่างเช่นสปริงที่อยู่ในกระบอกลมแบบสองทาง(Double-acting Cylinder) โดยสปริงที่อยู่ในกระบอกลมนิวเมติกแบบสองทางนี้จะขยายหรือหดตัวเมื่อกระบอกสูบสูญเสียแรงดันอากาศ

ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบการทำงานของสปริงกรณีกระบอกสูบทำงานล้มเหลวให้เป็นพิเศษ หรือตอนที่เราได้ซื้อกระบอกลมแบบสองทางนี้ เราควรปรึกษากับผู้ผลิตด้วยว่ากระบอกลมดังกล่าวมีสปริงเหล่านี้หรือไม่

กระบอกสูบที่มีส่วนประกอบของก้านลูกสูบที่ดีมีคุณภาพจะช่วยป้องกันการเคลื่อนที่ของโหลดในกรณีผิดพลาดได้ โดยจะป้องกันการเคลื่อนที่ของโหลดนั้นจะมีแรงโน้มถ่วงและระบบอาจจะปล่อยพลังงานส่วนเกินที่สะสมออกมา เมื่อในระบบนิวเมติกของเราไม่มีแรงดันอากาศ ก้านลูกสูบจะทำการหดตัวและยึดตัวหยุดทำงานในตำแหน่งล่าสุดทันที เป็นการลดความเสี่ยงของระบบที่อาจจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บของบุคลากรได้

9 – ระบบควบคุมจะต้องยืดหยุ่นและสามารถควบคุมการทำงานได้อย่างถูกต้อง

ระบบควบคุม งานนิวเมติก

กระบอกลมนิวเมติกส่วนใหญ่นั้นจะสามารถติดตั้งได้เพียง 2-3 ตำแหน่งเท่านั้น ดังนั้นการติดตั้งกระบอกลมเพื่อให้เราควบคุมได้ง่ายและการทำงานที่ได้ประสิทธิภาพย่อมเป็นทางเลือกที่เราควรให้ความสำคัญ โดยตำแหน่งที่ติดตั้งหรือระยะช่วงชักของกระบอกลมควรสามารขยายหรือปรับแต่งเองได้อย่างสะดวก

นักออกแบบระบบนิวเมติกหลายๆคน ไม่ทราบว่าอุปกรณ์ที่เป็นเซ็นเซอร์และวาล์วควบคุมนั้นสามารถช่วยให้เรามีตำแหน่งการติดตั้งของกระบอกลมที่เพิ่มขึ้นและยืดหยุ่นขึ้นได้ โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานได้ไฟฟ้าซึ่งสามารถนำมาควบคุมการทำงานของกระบอกลมให้มีความยืดหยุ่นได้เช่น:

  • กระบอกลมสามารถถูกสั่งให้ทำงานตามข้อมูลการเคลื่อนที่หรือการตั้งค่าของระบบสั่งงานด้วยไฟฟ้าได้หลายตำแหน่ง
  • กระบอกลมแบบทางเดียวจะสามารถนำไปใช้กับงานที่แตกต่างกันได้เช่น งานที่ต้องการสั่งงานให้กระบอกทำงานหรือหยุดทำงานด้วยคอมพิวเตอร์แบบฉับพลัน โดยวิธีนี้จะเป็นวิธีการในการหลีกเลี่ยงความเสียหายของอุปกรณ์นิวเมติกอื่นๆ กรณีที่กระบอกลมทำงานผิดพลาด
  • คำสั่งที่ใช้ในการกระตุ้นให้กระบอกลมเริ่มทำงานหรือหยุดทำงานนั้นจะต้องรอให้ช่วงชักกระบอกลมนั้นน้อยกว่าช่วงชักเต็มของกระบอกลมเสียก่อน เพื่อยืดอายุการใช้งานของกระบอกลม

ปัจจุบันมีหลายวิธีที่จะช่วยยืดอายุและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับกระบอกลมนิวเมติกของเรา โดยการเลือกซื้อกระบอกลมนิวเมติกที่มีเซ็นเซอร์ติดตั้งอยู่ภายในกระบอกลมก็เป็นส่วนหนึ่งของวิธีนี้ การติดตั้งถังเก็บแรงดันอากาศสูงที่มีเซ็นเซอร์ภายนอกก็ถือได้ว่าเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน แต่ข้อเสียของอุปกรณ์ที่มีเซ็นเซอร์อยู่ในตัวนั้นคือจะมีราคาค่อนข้างสูงกว่าอุปกรณ์ชนิดเดียวกันแต่ไม่มีเซ็นเซอร์ ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อกระบอกลมนิวเมติกมาใช้งานเราควรพิจารณาประโยชน์โดยรวมที่ได้รับจากการใช้งานกระบอกลมด้วย

10 – ทดสอบการทำงานของระบบ

ในการทดสอบระบบนั้น ห้ามทดสอบกระบอกลมกับงานที่ยังอยู่ในสถานการณ์ปรับแต่งโหลด เพราะนั่นจะเป็นข้อผิดพลาดครั้งใหญ่สำหรับเรา เพราะถ้าหากเราต้องการให้กระบอกลมทำงานเต็มประสิทธิภาพนั้นโหลดจะมีความคงที่ เมื่อโหลดนิ่งและคงที่แล้ว เราจะสามารถวิเคราะห์ได้ว่าอุปกรณ์ย่อยๆอื่นๆนั้น สามารถทำงานได้ปรกติอย่างที่ออกแบบไว้หรือไม่ บ่อยครั้งที่อุปกรณ์หลายๆตัวเกิดความเสียหายในระหว่างการทดสอบ เนื่องจากผู้ทดสอบระบบขาดความรู้ความเข้าใจในการทดสอบระบบนิวเมติก ดังนั้นก่อนที่เราจะเริ่มทดสอบระบบนิวเมติกของเรา เราจะต้องตรวจสอบโหลด อุปกรณ์นิวเมติกอื่นๆ สภาพแวดล้อม ว่าเหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นทดสอบระบบหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราลดระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียได้ค่ะ