Part 2 – กระบอกลมนิวเมติกค่าย NITRA (NITRA Pneumatic Cylinders)

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ หรือผู้ที่เผลอเข้ามาอ่านบทความเกี่ยวกับการรีวิวอุปกรณ์นิวเมติกนี้ โดยบทความที่แล้วก็ได้เกริ่นเกี่ยวกับกระบอกลมนิวเมติกค่าย NITRA (NITRA Pneumatic Cylinders) ไปบางบ้างรุ่นแล้วคือไล่จากรุ่น A,C,D,E (แอบสงสัยว่า B มันหายไปไหน) ว่าแต่ละรุ่นมีการทำงาน,ข้อดีข้อเสีย และการนำไปใช้งานนั้นเราจะต้องทำอย่างไร ซึ่งคิดว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังมองหากระบอกลมดีๆ มีคุณภาพ,ราคาไม่แพง ไว้ใช้งานในระบบนิวเมติกของเพื่อนๆกันนะค่ะ

แล้วบทความนี้มีอะไรเพิ่มหรือเปล่า?

แน่นอนค่ะว่าคนเราหากทำอะไรแล้วมันต้องต่อให้จบค่ะ อย่าทำแบบค้างๆคาๆ นั่นก็คือทำตามที่ได้บอกไว้ในบทความที่แล้วว่าจะเอา กระบอกลม นิวเมติก ค่าย NITRA ที่นิยมๆ ใช้งานกันที่เหลือมาทำรีวิวให้ครบ(นี่ก็อุตส่าห์ไปเรียบเรียงจากของนอกต้นฉบับมาเลยนะเนี่ย) ซึ่งที่เหลือก็น่าจะมีประมาณ 3-4 รุ่นด้วยกันเพื่อให้เพื่อนๆได้เอาไว้เป็นข้อเปรียบเทียบหรือข้อมูลอ้างอิงได้ค่ะ อ้าว! ช้าอยู่ทำไมล่ะค่ะ เริ่มงานกันดีกว่า

<3 กระบอกลมนิวเมติกรุ่นเล็ก,มือสองไร้คุณภาพถอยไป พี่ใหญ่แห่งวงการมาแล้ว

กระบอกลมนิวเมติก NITRA® รุ่น F-Series:

กระบอกลมนิวเมติก nitra F-Seriesกระบอกลม/กระบอกสูบนิวเมติก NITRA® รุ่น F-Series นี้จะทำออกมาแบบเป็นกระบอกสูบสแตนเลสทรงกลมที่ไม่สามารถนำมาซ่อมได้หากมีการชำรุดเสียหาย(อ้าวกรรมแล้วไง!) โดยผู้ผลิตจะผลิตออกมาให้ใช้งานที่มีขนาดตั้งแต่ 3/4 นิ้ว ถึง 2 นิ้วและความยาวของช่วงชักตั้งแต่ 1/2 นิ้วไปจนถึง 18 นิ้วกันเลยทีเดียว เพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น มีให้เลือกทั้งแบบทางเดียวและสองทางค่ะ ติดตั้งได้หลายแบบ (3 แบบ)

ลักษณะเด่น/ทั่วไปของกระบอกลมนิวเมติก NITRA® รุ่น F-Series

  • ตัวถังและฝาครอบทั้งหมดของกระบอกลมนั้น จะผลิตจากสแตนเลสและเหล็กกล้าเต็มรูปแบบ ไร้สนิม ปลอดภัยหายห่วง
  • สามารถนำไปเปลี่ยนได้กับกระบอกลมเดิมที่เป็นกระบอกลมทรงกลมทั่วไปได้อย่างไม่มีปัญหา
  • เป็นกระบอกสูบที่มีรูปทรงกระบอก
  • รองรับการติดตั้งกระบอกลมได้ถึง 3 แบบด้วยกัน
  • มีขนาดลูกสูบตั้งแต่ 3/4 นิ้ว ถึง 2 นิ้ว
  • มีความยาวของช่วงชักกระบอกสูบตั้งแต่ 1/2 นิ้ว ถึง 18 นิ้ว
  • ลดแรงเสียดทานด้านในของกระบอกสูบด้วยสารหล่อลื่นจากโรงงานสำหรับสมรรถนะที่ดีเยี่ยมและมีอายุการใช้งานยาวนาน
  • ลูกสูบเป็นแบบอลูมิเนียมมีเกลียวอย่างแน่นหนา และปิดผนึกไว้กับก้านลูกสูบซึ่งเป็นพื้นและลูกกลิ้งที่ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิม รุ่น 300 จะมีเกลียวเพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงเป็นพิเศษอีกด้วย
  • แรงเสียดทานต่ำด้วยก้านลูกสูบแบบ Buna N U-cup และซีลลูกสูบ PTFE เพื่อความราบเรียบแม้ในช่วงแรงดันต่ำ
  • มีราคาให้เลือกซื้อตั้งแต่ 2,500 บาทขึ้นไป

วิดีโอเกี่ยวกับ กระบอกลมนิวเมติก แบบสแตนเลสและเหล็กกล้าของค่าย NITRA:

กระบอกลมนิวเมติก NITRA® รุ่น G-Series

กระบอกลมนิวเมติก nitra g-seriesกระบอกลม/กระบอกสูบนิวเมติก NITRA® รุ่น G-Series นี้ผลิตโดยมีคุณภาพ ISO 15552 เป็นตัวการันตี กระบอกสูบจะมีความคล้ายคลึงกันกับการออกแบบกระบอกสูบ NFPA (รุ่นที่ผลิตในอเมริกา) กระบอกลมนิวเมติก รุ่น G นี้จะมีวัสดุที่เป็นแม่เหล็กบนลูกสูบเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับช่วงชักของกระบอกลมอีกด้วย

ลักษณะเด่น/ทั่วไปของ กระบอกลมนิวเมติก NITRA® รุ่น G-Series

  • ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน ISO 15552 หายห่วง ปลอดภัย ไร้กังวล
  • เส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบตามมาตรฐาน ISO เริ่มตั้งแต่ 32, 40, 50, 63, 80,100mm
  • ความยาวช่วงชักของ กระบอกสูบ จะมีให้เลือกตั้งแต่ 25mm ถึง 600mm
  • ทำงานแบบกระบอกลมแบบสองทาง
  • มีตัวเลือกสำหรับแปลน,เดือย และตัวยึดกระบอกสูบที่สามารถใช้ได้
  • สามารถปรับฐานของตัวกระบอกได้ทั้งสองด้าน
  • มีแม่เหล็กภายในสำหรับเซ็นเซอร์สวิทช์
  • มีช่องเสียบ 3 ด้านตามยาวสำหรับใส่และยึดเซ็นเซอร์แบบดึงกลับได้
  • กระบอกสูบมีรูอยู่ที่ส่วนท้ายของฝาปิดท้ายเพื่อให้ง่ายต่อการติดตั้งแผ่นหรือพื้นผิวอื่นๆ
  • มีขายึด Clevis และ Pivot แบบเป็นก้านหนีบช่วยให้ยึดติดกับหน้างานได้สะดวกยิ่งขึ้น
  • มีราคาให้เลือกซื้อตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป

กระบอกลมนิวเมติก NITRA® รุ่น H-Series

กระบอกลมนิวเมติก nitra h-seriesกระบอกลม/กระบอกสูบนิวเมติก NITRA® รุ่นH-Series นี้จะออกแบบมาสำหรับพื้นที่น้อย ประหยัดเนื้อที่ในการติดตั้ง เนื่องจากว่าขนาดกระบอกสูบเองมีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานในพื้นที่จำกัด กระบอกสูบรุ่นนี้มีคุณภาพการทำงานอยู่ในเกณฑ์ที่สูงใช้ได้ทีเดียว และถูกผลิตด้วยอลูมิเนียมอัดแข็งทั้งตัวและฝาท้ายด้วย เรียกได้ว่าจัดมาได้เต็มเลยทีเดียวค่ะ

ลักษณะเด่น/ทั่วไปของ กระบอกลมนิวเมติก NITRA® รุ่น H-Series

  • มีขนาดลูกสูบให้เลือกตั้งแต่ 12 มม. ถึง 100 มม
  • ความยาวของช่วงชักของลูกสูบเริ่มต้นจาก 5 มม. ถึง 100 มม
  • สามารถทำช่วงความเร็วตั้งแต่ 30 ถึง 500 มม./วินาที
  • เป็นกระบอกลมนิวเมติกแบบสองทาง
  • มีช่องสำหรับพร้อมติดตั้งอยู่ในกระบอกสูบให้มาเลย
  • ก้านลูกสูบจะเป็นแม่เหล็กและโครเมี่ยม
  • แหวนของลูกสูบจะเป็นแบบ Nitrite/Buna-N “O”
  • มีสารช่วยหล่อลื่นกระบอกสูบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและอายุการใช้งานยาวนาน
  • มีราคาให้เลือกซื้อตั้งแต่ 700 บาทขึ้นไป

เอาล่ะค่ะ! นี่ก็เป็นกระบอกลมนิวเมติกรุ่นต่างๆของค่าย NITRA ในส่วนที่เหลือที่อยากนำมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกัน ซึ่งจริงๆแล้วในบ้านเราจะเห็นได้ว่ามีกระบอกลมขายอยู่เป็นจำนวนมาก หลายรุ่นหลายราคา หลายผู้ให้บริการ ทั้งแบบนำเข้าจากต่างประเทศและผลิตขึ้นเองในบ้านเราเลยก็มี แต่สิ่งสำคัญคือ เราควรมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของกระบอกลมให้ถ่องแท้ก่อน ทั้งในเรื่องของสเปคพื้นฐานของกระบอกลม/กระบอกสูบนิวเมติกที่เราต้องการนำมาใช้ การออกแบบ,ติดตั้ง,การบำรุงดูแลรักษา(หากจำเป็นหรือมีระบุในคู่มือของกระบอกลมรุ่นนั้นๆ) แล้วเราจะมีวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ลองมาติดตามกันดูค่ะว่า เราจะต้องศึกษาอะไรบ้าง:

สิ่งที่เราควรคำนึงก่อนการตัดสินใจซื้อกระบอกลม/กระบอกสูบนิวเมติกมาใช้งาน

หากเพื่อนๆ ยังไม่มีความเข้าใจและอาจจะยังสับสนเกี่ยวกับการเลือกซื้อกระบอกลมนิวเมติก เพื่อนๆสามารถดูในบทความพื้นฐานการเลือกซื้อกระบอกลมนิวเมติกเพิ่มเติมได้ด้วยเช่นกัน แต่ในประเด็นที่จะเพิ่มต่อไปนี้จะเป็นเคล็ดลับเพิ่มเติม เพื่อให้เพื่อนๆ สามารถเลือกซื้อกระบอกลมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ

(1) รู้จักโหลดงานของเราก่อน

อันนี้จะเป็นตัวบอกเบื้องต้นก่อนว่าโหลดงานของเราเป็นแบบใด ขนาดหรือพื้นที่เป็นอย่างไร การออกแบบในเงื่อนไขอย่างไรบ้าง ต้องการใช้กระบอกลมขนาด,แรง หรือสเปคแบบใด เพราะว่าหากเรารู้จักโหลดของเราแล้ว เราจะสามารถนำความต้องการของโหลดมาคำนวณหาแรงหรือขนาดของกระบอกลม อีกครั้งหนึ่ง โดยการคำนวณหาแรงหรือขนาดกระบอกลมสำหรับนำไปซื้อกระบอกลมนิวเมติกนำไปใช้งานจริงนั้น ทางแอดมินจะนำมาเขียนเป็นบทความให้ได้ศึกษากันในโอกาสต่อไปค่ะ

(2) ทำความเข้าใจกับพื้นฐานการทำงานของกระบอกลมนิวเมติก

อันนี้เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กันค่ะ กล่าวคือ ถ้าหากคุณรู้จักโหลด คำนวณด้วยสูตรขั้นเทพ เดินไปซื้อกระบอกลม มาใช้งานเสร็จสรรพเรียบร้อย วันดีคืนดีกระบอกลมนิวเมติกเจ้ากรรมดันทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ งอแง เพราะคุณพลาดเรื่องข้อมูลพื้นฐานด้านการทำงาน/การออกแบบ/ปัจจัยอื่นที่มีผลเกี่ยวข้อง ผลก็คืองานของคุณก็จะด้อยประสิทธิภาพลงในทันที แต่ถ้าเรามีการศึกษาเกี่ยวกับกระบอกลมอย่างถ้วนถี่แล้วว่ายี่ห้อไหนดี ซื้อที่ไหน บริการหลังการขายเป็นอย่างไร การดูแลในระยะยาวต้องทำอย่างไร มีคำแนะนำอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมหรือไม่ก็จะทำให้เราสามารถรีดพลังการทำงานของกระบอกลมได้เต็มประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

(3) กระบอกลมนิวเมติกคุณภาพดีๆ ซื้อที่ไหนดี

อันนี้เป็นปัญหาโลกแตกของการซื้อของค่ะ เป็นเรื่องธรรมดาที่เราผู้บริโภคจะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมสักเล็กน้อย เพราะอุปกรณ์ด้านนิวเมติกนั้นจะต้องใช้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนกว่าการซื้อผักปลาตามตลาดนัด สถานที่แนะนำก็คืออินเตอร์เน็ตค่ะ ทุกวันนี้มี 3G,4G เปิดมือถือสิค่ะ ค้นหาในเน็ต น่าจะไม่เกินสัปดาห์คือว่าเพื่อนๆ น่าจะได้ข้อมูลที่ครอบคลุมในระดับหนึ่งแล้วว่าหากเราจะซื้อกระบอกลมนิวเมติกเราจะซื้อจากผู้ให้บริการเจ้าไหนดี ลองเปรียบเทียบหลายๆเจ้าทั้งในเรื่องราคา การบริการด้านข้อมูลทั้งก่อนการขายและหลังการขาย เพราะตัวนี้จะเป็นตัวชี้ชัดว่าหากเราซื้อกระบอกลมนิวเมติกจากผู้ให้บริการมาแล้ว เราจะไม่ถูกตัดหางปล่อยวัด และช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับเราในระยะยาวอีกด้วยค่ะ

(4) จำเป็นต้องซื้อกระบอกลมที่มีราคาแพงหรือไม่

อันนี้ต้องแล้วแต่กำลังทรัพย์ของเพื่อนๆค่ะ ว่าสามารถจัดกระบอกลมนิวเมติกได้ในราคาประมาณไหน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูประสิทธิภาพที่ได้จากการทำงานของกระบอกลมนิวเมติกนั้นๆด้วยว่า ทำได้คุ้มค่ากับราคาหรือเปล่า แล้วในระยะยาวต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามากน้อยเพียงใด ยกตัวอย่างเช่น คุณซื้อกระบอกลมมา 1 ตัวในราคา 1,000 บาท แต่ภายใน 5 ปีคุณมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเพียงปีละ 200 บาท เทียบกับกระบอกลมนิวเมติก อีกตัวหนึ่งราคา 500 บาทที่มีค่าใช้จ่ายต่อปี 100 บาท แถมทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อะไหล่หายาก เป็นรุ่นถูกกว่าถ้าเสียซ่อมไม่ได้ทิ้งเลยประมาณนี้ คุณจะเลือกอย่างไหน ดังนั้นคำว่าราคาแพงหรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็นค่ะ ประเด็นคือซื้อมาแล้วมันต้องเวิร์คค่ะ ไม่ใช่ซื้อมาแล้วต้องนั่งเครียดกับมันอีก เพราะการลงทุนกับอุปกรณ์นิวเมติกและไฮโดรลิคนั้นเป็นการลงทุนในระยะยาวค่ะ

(5) ซื้อกระบอกลมนิวเมติกยี่ห้อ/รุ่นไหนดี

อันนี้ก็จะคล้ายๆกับด้านบนค่ะคือยี่ห้อหรือรุ่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือในปัจจุบันนี้กระบอกลมนิวเมติกนั้นได้ผลิตออกมาให้มีหน้าที่การทำงานและประสิทธิภาพได้ใกล้เคียงกันมาก แตกต่างกันที่คุณสมบัติเพียงบางอย่างเท่านั้น(พวกนี้จะอยู่ในของแพงๆเท่านั้น) ให้เรามุ่งประเด็นไปในเรื่องคุณภาพในการผลิตงานให้กับระบบนิวเมติกของเรา,ค่าใช้จ่ายในระยะยาว และการดูแลหลังการขายจากผู้ให้บริการจะดีกว่า เพราะว่าถ้าเราซื้อกระบอกลมยี่ห้อขั้นเทพจากต่างประเทศมาใช้งานแล้วเกิดเดี้ยงกลางคัน มันจะทำให้งานของเราล่าช้าออกไปหรืออาจจะส่งผลให้เสียผลประโยชน์ในด้านธุรกิจของเราได้ค่ะ